วันพุธที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2555
ยอดพระกัณฑ์พระไตรปิฎก
ก่อนสวดยอดพระกัณฑ์พระไตรปิฏก พึงคุกเข่าพนมมือตั้งใจบูชาพระรัตนตรัย
นมัสการพระรัตนตรัย นมัสการพระพุทธเจ้า นมัสการพระพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ
ขอให้ตั้งจิตมั่นในบทสวดมนต์จะมีเทพยดาอารักษ์ทั้งหลายร่วมอนุโมทนาสาธุการ
อย่าได้ทำเล่นจะเกิดโทษแก่ตัว
คาถายอดพระกัณฑ์พระไตรปิฎก ฉบับนี้ ได้มาจากต้นฉบับเดิมที่จารไว้บนใบลานเป็นอักษรขอมซึ่ง เปิดกรุครั้งแรกที่เมืองสวรรคโลก มีบันทึกเอาไว้ว่าผู้ใดสวดมนต์ยอดพระกัณฑ์พระไตรปิฎก เป็นประจำทุกเช้าเย็น จะป้องกันภัยอันตรายต่างๆได้รอบด้าน ภาวนาพระคาถาอื่นสัก ๑๐๐ ปีก็ไม่เท่ากับอานิสงส์ของการสวดยอดพระกัณฑ์พระไตรปิฎก นี้เพียงครั้งเดียว ผู้ใดที่สวดครบ ๗ วัน หรือครบอายุปัจจุบันของตัวเอง จะมีโชคลาภ ทำมาค้าขายรุ่งเรือง ปราศจากภัยพิบัติทั้งปวง
วันพฤหัสบดีที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2555
วินัยชาวพุทธ ๓
ชาวพุทธชั้นนำ
ชาวพุทธที่เรียกว่า อุบาสก อุบาสิกา นับว่าเป็นชาวพุทธชั้นนำจะต้องมีความเข้มแข็งที่จะตั้งมั่นอยู่ในหลัก ให้เป็นตัวอย่างแก่ชาวพุทธทั่วไป นอกจากรักษา วินัยชาวพุทธ แล้ว ต้องมี อุบาสกธรรม ๕ ดังนี้
๑. มีศรัทธา เชื่อประกอบด้วยปัญญา ไม่งมงาย มั่นในพระรัตนตรัย ไม่หวั่นไหว ไม่แกว่งไกว ถือธรรมเป็นใหญ่และสูงสุด
วินัยชาวพุทธ ๒
หมวดสอง
นำชีวิตให้ถึงจุดหมาย
ก. จุดหมาย ๓ ชั้น ดำเนินชีวิตให้บรรลุจุดหมาย (อัตถะ) ๓ ขั้น คือ
ขั้นที่ ๑ ทิฏฐธัมมิกัตถะ จุดหมายขั้นตาเห็น หรือ ประโยชน์ปัจจุบัน
ก) มีสุขภาพดี ร่างกายแข็งแรง ไร้โรค อายุยืน
ข) มีเงินมีงาน มีอาชีพสุจริต พึ่งตนเองได้ทางเศรษฐกิจ
ค) มีสถานภาพดี เป็นที่ยอมรับนับถือในสังคม
ง) มีครอบครัวผาสุก ทำวงศ์ตระกูลให้เป็นที่นับถือ
ทั้ง ๔ นี้ พึงให้เกิดมีโดยธรรม และใช้ให้เป็นประโยชน์ ทั้งแก่ตนและผู้อื่น
วินัยชาวพุทธ
หมวดหนึ่ง
วางฐานชีวิตให้มั่น
ชาวพุทธจะต้องดำเนินชีวิตที่ดีงาม และร่วมสร้างสรรค์สังคมให้เจริญมั่นคง ตามหลัก วินัยของคฤหัสถ์ (คิหิวินัย) ดังนี้
กฎ ๑ : เว้นชั่ว ๑๔ ประการ
ก. เว้นกรรมกิเลส (บาปกรรมที่ทำให้ชีวิตมัวหมอง) ๔ คือ
๑. ไม่ทำร้ายร่างกายทำลายชีวิต (เว้นปาณาติบาติ)
๒. ไม่ลักทรัพย์ละเมิดกรรมสิทธิ์ (เว้นอทินนาทาน)
๓. ไม่ประพฤติผิดทางเพศ (เว้นกาเมสุมิจฉาจาร)
๔. ไม่พูดเท็จโกหกหลอกลวง (เว้นมุสาวาท)
วันอาทิตย์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2555
เปรตมีกี่ประเภท กรรมที่ทำให้เป็นเปรตเพราะเหตุใด ?
ชนิดของเปรต
ในคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนามีบันทึกไว้ว่า เปรตแบ่งเป็น 4 ประเภทใหญ่ๆ ก็มี บางแห่งแบ่งเป็น 12 ตระกูลบ้าง หรือแยกย่อยออกเป็น 21 ชนิดบ้าง แล้วแต่จุดประสงค์ในการจำแนก ในลำดับต่อไปนักศึกษาจะได้ทราบรายละเอียดของเปรตชนิดต่างๆ
วันอังคารที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
มูติสาชาดก
มองในเวลาที่ไม่ควรมอง
| ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอู่วัดเชตวัน เมืองสาวัตถีปรารภความไม่สำรวมของภิกษุ ได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธก ว่า... |
วันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2555
หน้าที่ของพุทธบริษัท ๒
หน้าที่พุทธบริษัท ๔
๑. พุทธบริษัท ๔ ต้องเป็นผู้รู้ เข้าใจ และสามารถปฏิบัติธรรมได้ถูกต้องตาม
พระพุทธธรรมคำสอน ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์
๒. พุทธบริษัท ๔ ต้องสามารถ แนะนำ สั่งสอนผู้อื่น ให้ปฏิบัติตามได้อย่าง
ถูกต้อง ตามพระธรรมวินัย ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์
๓. เมื่อมีผู้ใดกล่าว ติเตียน จ้วงจาบ แสดงคำสอน ผิดพลาด พุทธบริษัท ๔
ต้องสามารถ ชี้แจง แก้ไข ให้ถูกต้อง ตามหลักธรรมของพระพุทธศาสนา
| ดังพระผู้มีพระภาค เจ้าตรัสกับพระยามาราธิราชว่า "ดูก่อนมารผู้มีบาป ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา ผู้เป็น สาวก สาวิกา ของตถาคตยังไม่ฉลาด ไม่ได้รับแนะนำ ยังไม่แกล้วกล้า ไม่เป็นพหูสูต ไม่ทรงธรรม ไม่ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม ไม่ปฏิบัติชอบ ไม่ประพฤติตามธรรม เรียนกับอาจารย์ของตน จักบอก จักแสดง จักบัญญัติ จักแต่งตั้ง จักเปิดเผย จักจำแนก จักทำให้ตื้น จักแสดงธรรมมีปาฏิหาริย์ข่มขี่ ปรับปวาทที่เกิดขึ้น ให้เรียบร้อยโดยสหธรรมไม่ได้ เพียงใด ดูก่อนมารผู้มีบาป ตถาคตจักยังไม่ปรินิพพาน เพียงนั้น" (มหาปรินิพพานสูตร) |
เราท่านทั้งหลายต้องอนุโมทนาสาธุการต่อพระยามาราธิราช
ที่ท่านทูลอาราธนาพระผู้มีพระภาคเจ้าให้ทรงปรินิพพานนั่นหมายถึง
เป็นเหตุให้เกิดพุทธบริษัท ๔ และมีหน้าที่ของพุทธบริษัท ๔ เกิดขึ้น
เพื่อความมั่นคง สถาวรของพระพุทธศาสนาสืบไป
พระยามาราธิราชทูลอาราธนาปรินิพพาน เพื่อเอื้อประโยชน์
แก่พุทธบริษัท ๔ อันเป็นประเพณีของพระโพธิสัตว์
(พระยามาราธิราช)
พุทธบริษัท ๔ : ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา
(สามเณร สามเณรี สิกขมานา ปัณฑรังคบรรพชิต)
คัดมาจากหนังสือ : กฐิน (ถูกต้องตามพระธรรมวินัย) ผู้แต่ง อนุโมทนาพระธรรมวินัย
หมายเหตุ : พุทธบริษัท คือ หมู่ชนที่นับถือพระพุทธศาสนามี ๔ จำพวกคือภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา
สิกขมานา แปลว่า "สิกขา" หมายถึง "ศึกษา" เป็นคำเรียกผู้ที่ถือศีล ๖ ข้อก่อนที่จะบวชเป็น
ภิกษุณีหรือเรียก ว่าสามเณรีก็เรียก (ที่มา http://th.wikipedia.org/wiki/สิกขมานา)
ปัณฑรังคะ แปลว่า ผู้นุ่งขาวห่มขาว
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)


